beargirlfriend

beargirlfriend

THG วิ่งไม่หยุด…ฉุด RAM วิ่งตาม

สุนันท์ ศรีจันทรา
ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หุ้น บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เข้าสู่ช่วงขาขึ้นเต็มตัว โดยการซื้อขายตลอด 2 เดือน ราคาหุ้นปรับตัวลงเล็กน้อยเพียง 4 วันทำการ นอกนั้นพุ่งทะยานต่อเนื่อง

จากราคาปิดที่ 42 บาท เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ล่าสุด วันศุกร์ที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ปิดที่ 94.75 บาท เพิ่มขึ้นรวม 52.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 125.59%

หุ้น THG คลานต้วมเตี้ยมอยู่หลายปี นับจากเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 หลังนำหุ้นเสนอขายนักลงทุนทั่วไปในราคาหุ้นละ 38 บาท โดยราคาต่ำกว่าจอง หรือต่ำกว่าราคาหุ้นที่เสนอขายนักลงทุนตั้งแต่วันแรกที่เข้าตลาด

และแม้จะมีการสร้างข่าวเชิงบวกกระตุ้น แต่ราคาหุ้นก็ไม่ตอบรับ เนื่องจากผลประกอบการไม่โดดเด่น ค่าพี/อี เรโชสูง และอัตราเงินปันผลตอบแทนต่ำ

แต่หลังจากประกาศผลประกอบการปี 2564 เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผลกำไรเติบโตก้าวกระโดด ราคาหุ้นก็เริ่มคึกคัก มีแรงซื้อทะลักเข้ามา ผลักดันให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง

ความร้อนแรงของหุ้น THG ปลุกให้หุ้นบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM ขยับตาม เพราะ RAM ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งใน THG สัดส่วน 21.06% โดยถือหุ้นมากกว่ากลุ่มนายแพทย์บุญ วนาสิน

ราคาหุ้น THG ที่พุ่งขึ้นทำให้เงินลงทุนของ RAM เพิ่มขึ้นด้วย นักลงทุนจึงไล่ซื้อเก็งกำไรหุ้น RAM จนราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง จากราคาปิดที่ 42 บาท เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 เมษายนราคาขยับขึ้นมาปิดที่ 63.50 บาท เพิ่มขึ้น 21.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 51.19% ภายในเวลา 5 วันทำการ

ผลประกอบการของ THG ปี 2564 ก้าวกระโดดอย่างพลิกความคาดหมาย ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีรายได้ 10,974.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีรายได้รวม 7,446.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,337.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,142.28% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 62.43 ล้านบาท

ตั้งแต่ประกาศผลประกอบการ THG ยังวิ่งไม่หยุด และใกล้จะเข้าสู่เป้าหมายเลข 3 หลักหรือทะลุ 100 บาทแล้ว ซึ่งหาก THG ไปต่อ หุ้น RAM จะตีคู่ กลายเป็นหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลคู่แฝดที่ร้อนแรงพอกัน

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทโบรกเกอร์สำนักต่างๆ ยังไม่ได้ประเมินราคาเป้าหมายใหม่หุ้น THG แต่เชื่อว่าเมื่อหุ้นติดกลุ่มเก็งกำไรยอดนิยม อีกไม่นานคงจะมีบทวิเคราะห์ ประเมินราคาที่เหมาะสมของหุ้นโรงพยาบาลแห่งนี้ โดยจะต้องปรับราคากันครั้งใหญ่

เพราะบางโบรกเกอร์ที่เคยประเมินราคาเป้าหมายไว้ กำหนดราคาเหมาะสมเพียงหุ้นละ 38 บาทเท่านั้น

สำหรับค่าพี/อี เรโชของ THG กระโดดขึ้นมาที่ 60 เท่า ซึ่งถือว่าสูงมาก ขณะที่ราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี 8.78 เท่า ราคาหุ้นจึงเริ่มวิ่งแรงแซงหน้าปัจจัยพื้นฐาน เพียงแต่นักเก็งกำไรอาจมองถึงอนาคตการเติบโต ซึ่งหากผลประกอบการก้าวกระโดดเหมือนปี 2564 ราคาหุ้นที่แพงขณะนี้จะถูกชดเชยผลกำไรที่เติบโต

แต่ถ้าผลกำไรปี 2565 ไม่โตหรือชะลอตัวลง หุ้น THG คงปรับฐานลง

ผลประกอบการไตรมาสแรกของ THG ปิดลงแล้ว และอีกไม่กี่สัปดาห์คงประกาศให้นักลงทุนรับรู้ ซึ่งต้องเฝ้าดูว่าตัวเลขผลกำไรจะเป็นอย่างไร เพราะจะเป็นปัจจัยที่จะชี้นำหุ้นว่า THG จะไปได้ต่อหรือวิ่งมาไกลเกินไปแล้ว

อ้างอิง
https://m.mgronline.com/stockmarket